วิธีรักษาอาการปวดหัวที่ได้ผล

อาการปวดหัว

คุณเคยรู้สึกไหมว่าแรงกดดันในหัวกำลังทำให้โลกทั้งใบของคุณหยุดหมุนไปชั่วขณะ? เมื่อ อาการปวดหัว จู่โจมอย่างรุนแรงจนทำให้คุณรู้สึกว่า ปวดหัวทำงานไม่ได้ และต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ความทรมานนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรจะมองข้ามหรืออดทนเพียงลำพังครับ

หลายคนมักเลือกที่จะรอให้มันหายไปเองหรือพึ่งพาเพียงยาแก้ปวดในระยะสั้นเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการเข้าใจต้นเหตุของปัญหาเป็นกุญแจสำคัญสู่การรักษาที่ยั่งยืน เราจะพาคุณไปสำรวจความลับของร่างกาย เพื่อค้นหาวิธีการรับมือที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคุณมากที่สุด

ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึงแนวทางและเทคนิค อาการปวดหัว ที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลจริง ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ไปจนถึงการดูแลรักษาสุขภาพในระยะยาว เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อทวงคืนความสดใสและประสิทธิภาพในการทำงานของคุณกลับมาอีกครั้งครับ

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • ทำความเข้าใจสาเหตุและประเภทที่แตกต่างกันของความปวด
  • วิธีการเลือกใช้ยาบรรเทาปวดอย่างถูกต้องและปลอดภัย
  • การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อลดการกระตุ้น
  • เทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียดสะสม
  • สัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าคุณควรไปพบแพทย์ทันที

อาการปวดหัวคืออะไร

อาการปวดหัวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความเครียดไปจนถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรง การเข้าใจถึงประเภทและสาเหตุของอาการปวดหัวจะช่วยให้คุณสามารถหาวิธีรักษาที่เหมาะสมได้

ความหมายและประเภทของอาการปวดหัว

อาการปวดหัวสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ ปวดหัวด้านข้าง และปวดหัวด้านหลัง ปวดหัวด้านข้าง มักเกิดจากไมเกรนหรือความเครียด ส่วน ปวดหัวด้านหลัง อาจเกิดจากความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหรือการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ยังมีการปวดหัวแบบอื่นๆ เช่น ปวดหัวแบบตึงเครียด (Tension Headache) และปวดหัวแบบไมเกรน (Migraine) ซึ่งแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน

ปวดหัวด้านหลัง

สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว

สาเหตุของอาการปวดหัวสามารถแบ่งออกเป็นหลายปัจจัย ได้แก่ ความเครียด การขาดการนอนหลับ หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัญหาสุขภาพ เช่น ไมเกรน หรือการบาดเจ็บที่ศีรษะ

  • ความเครียด
  • การขาดการนอนหลับ
  • การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
  • ไมเกรน
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะ

การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถป้องกันและรักษาอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการวินิจฉัยอาการปวดหัว

อาการปวดหัวสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ การวินิจฉัยที่แม่นยำจึงมีความจำเป็น เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหัวและหาวิธีรักษาที่เหมาะสม

การประเมินอาการโดยแพทย์

การประเมินอาการโดยแพทย์เป็นขั้นตอนแรกในการวินิจฉัยอาการปวดหัว แพทย์จะซักถามเกี่ยวกับประวัติอาการปวดหัวของคุณ รวมถึงระยะเวลาและความรุนแรงของอาการ นอกจากนี้ยังอาจถามเกี่ยวกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตของคุณ เช่น การนอนหลับ การกินอาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อหาสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว เช่น ปวดหัวด้านบน หรือ ปวดหัวมีลม

การประเมินอาการโดยแพทย์ยังรวมถึงการตรวจสอบอาการอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการแพ้ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับอาการของคุณ

การทำการทดสอบและตรวจสอบ

หลังจากการประเมินอาการเบื้องต้น แพทย์อาจสั่งการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการวินิจฉัย เช่น การตรวจเลือด การถ่ายภาพรังสี หรือการตรวจสอบระบบประสาท เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหัว

การทดสอบเหล่านี้ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณ

ปวดหัวด้านบน

การใช้ยารักษาอาการปวดหัว

ยาแก้ปวดเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ประสบกับอาการปวดหัวบ่อยครั้ง การใช้ยารักษาอาการปวดหัวต้องอาศัยการวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์เพื่อให้ได้การรักษาที่เหมาะสม

ประเภทของยาแก้ปวด

มียาแก้ปวดหลายประเภทที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ รวมถึง:

  • ยาลดปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล
  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโปรเฟน
  • ยาที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวบางประเภท

การเลือกใช้ยาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับอาการปวดหัวที่ดันตา

ปริมาณที่เหมาะสมและคำแนะนำ

การรักษาอาการปวดหัวด้วยยาต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือฉลากยาอย่างเคร่งครัด การใช้ยามากเกินไปหรือไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

ควรปรึกษาแพทย์หากคุณมีอาการปวดหัวบ่อยครั้งหรือรุนแรง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

วิธีการบรรเทาอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติ

การบรรเทาอาการปวดหัวด้วยวิธีธรรมชาติเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้ยา อาการปวดหัวสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ และการหาวิธีที่เหมาะสมในการบรรเทาอาการจึงมีความสำคัญ

วิธีธรรมชาติหลายอย่างสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ รวมถึงการใช้สมุนไพรและการฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย

การใช้สมุนไพรในการรักษา

สมุนไพรหลายชนิดมีคุณสมบัติในการช่วยบรรเทาอาการปวดหัว เช่น ขิง และ กระชาย ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด

การดื่มชาสมุนไพรหรือการรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเหล่านี้สามารถช่วยลดอาการปวดหัวได้

เทคนิคการผ่อนคลายและการทำสมาธิ

การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การหายใจลึก และการทำสมาธิ สามารถช่วยลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดหัวได้ การฝึกโยคะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยได้

การผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการทำสมาธิสามารถช่วยลดอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดได้

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อป้องกันอาการปวดหัว

การดูแลสุขภาพโดยรวมผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสามารถช่วยป้องกันอาการปวดหัวได้ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมและช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัว

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

อาหารบางชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้ การหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้สามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวได้ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่:

  • อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส
  • อาหารที่มีไขมันสูง
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป
  • อาหารที่มีส่วนผสมของสารกันบูด

การอ่านฉลากอาหารและเลือกอาหารที่มีคุณภาพสามารถช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวดหัว

การออกกำลังกายและการนอนหลับ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการนอนหลับที่เพียงพอเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยรวม การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสุขภาพจิต ซึ่งสามารถช่วยลดความถี่ของอาการปวดหัวได้

ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และนอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับ เช่น การทำให้ห้องนอนมืดและเงียบ สามารถช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ

การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอาการปวดหัวเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตโดยรวมอีกด้วย

การนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว

การนวดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมในการบรรเทาอาการปวดหัว โดยการนวดจะช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว

ประโยชน์ของการนวด

การนวดมีประโยชน์มากมายในการช่วยบรรเทาอาการปวดหัว ได้แก่

  • ช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
  • ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • ช่วยลดความเครียดและปรับปรุงอารมณ์

การนวดยังช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย ซึ่งเป็นผลดีต่อการบรรเทาอาการปวดหัว

วิธีการนวดเพื่อบรรเทาอาการปวด

การนวดเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวสามารถทำได้ด้วยตนเองหรือโดยผู้เชี่ยวชาญ วิธีการนวดที่แนะนำ ได้แก่

  1. การนวดบริเวณศีรษะและคอ
  2. การนวดบริเวณไหล่และหลัง
  3. การนวดด้วยเทคนิคการกดจุด

ควรเริ่มต้นด้วยการนวดเบาๆ และปรับระดับความแรงตามความเหมาะสม

เมื่อใดควรไปพบแพทย์

แม้ว่าอาการปวดหัวจะพบได้ทั่วไป แต่ก็มีบางกรณีที่คุณควรไปพบแพทย์ การรู้จักสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรงจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมได้ทันท่วงที.

สัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่รุนแรง

อาการปวดหัวด้านหลังอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจสอบ หากคุณมีอาการปวดหัวที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ คุณควรไปพบแพทย์:

  • อาการปวดหัวที่รุนแรงและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
  • อาการปวดหัวที่มาพร้อมกับไข้สูงหรืออาการคลื่นไส้
  • อาการปวดหัวที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นหรือการพูด
  • อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นหลังจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ

การดูแลตนเองระหว่างรอการรักษา

ระหว่างรอการนัดหมายแพทย์ คุณสามารถดูแลตนเองได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว และใช้ยาตามที่แพทย์สั่งหรือยาที่มีขายตามร้านขายยา.

การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการจัดการความเครียด จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงของอาการปวดหัวและปัญหาสุขภาพอื่นๆ.

อาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว

การปวดหัวสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และการดูแลตัวเองด้วยการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่ถูกต้องสามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้. อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดมีคุณสมบัติที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและลดความเครียด.

อาหารที่ช่วยลดความเครียด

อาหารที่มีคุณสมบัติในการลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดหัว ได้แก่ อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ถั่วเปลือกแข็ง และผักใบเขียว นอกจากนี้ อาหารที่มีวิตามินบี2 เช่น นมและไข่ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการปวดหัว.

การกินอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้สามารถช่วยลดความเครียดและบรรเทาอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เครื่องดื่มที่ควรเลือก

เครื่องดื่มบางชนิดสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ เช่น น้ำเปล่าและชาเขียว การดื่มน้ำเพียงพอเป็นประจำสามารถช่วยป้องกันอาการปวดหัวที่เกิดจากการขาดน้ำ.

ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวดหัว.

ดังที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้กล่าวไว้ว่า

“การดูแลตัวเองด้วยการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการบรรเทาอาการปวดหัว”

.

ปัจจัยทางจิตวิทยาที่อาจส่งผลต่ออาการปวดหัว

การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างจิตใจและอาการปวดหัวจะช่วยให้คุณจัดการกับอาการได้ดีขึ้น อาการปวดหัวไม่ใช่แค่ปัญหาทางกายภาพ แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางจิตวิทยา เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล และสภาวะทางอารมณ์อื่นๆ

ความเครียดและอาการปวดหัว

ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว เมื่อคุณเผชิญกับความเครียด ร่างกายจะตอบสนองโดยการปล่อยสารเคมีบางชนิดที่อาจทำให้หลอดเลือดหดตัวหรือขยายตัว ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดหัว

การลดความเครียดจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้ คุณสามารถทำได้โดย:

  • การฝึกสมาธิและการหายใจลึก
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • การปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้สมดุล

วิธีการจัดการกับสภาวะจิตใจ

การจัดการกับสภาวะจิตใจเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมอาการปวดหัว คุณสามารถทำได้โดย:

  1. การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การนวด การทำสมาธิ หรือโยคะ
  2. การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานและที่บ้านให้สบายและผ่อนคลาย
  3. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหากคุณกำลังเผชิญกับความเครียดหรือความวิตกกังวล

การดูแลจิตใจและร่างกายควบคู่กันจะช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สรุปวิธีรักษาอาการปวดหัวที่ได้ผล

การรักษาอาการปวดหัวสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาไปจนถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การรู้จักวิธีต่างๆ เหล่านี้และนำไปปฏิบัติจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอาการปวดหัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมแล้ว การดูแลตัวเองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและรักษาอาการปวดหัว

คำแนะนำในการดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอาการปวดหัว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการปวดหัว

การป้องกันอาการปวดหัว

การป้องกันอาการปวดหัวชนิดเฝืองและอาการปวดหัวอื่นๆ ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัว เช่น ความเครียด และการรับประทานอาหารที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอาการปวดหัวได้อย่างดี

FAQ

อาการปวดหัวในแต่ละจุด เช่น ปวดหัวด้านหลัง, ปวดหัวด้านข้าง หรือ ปวดหัวด้านบน แตกต่างกันอย่างไร?

ตำแหน่งที่ปวดสามารถบอกสาเหตุเบื้องต้นได้ค่ะ เช่น ปวดหัวด้านข้าง มักเกี่ยวข้องกับโรคไมเกรนที่อาจปวดตุ้บๆ เพียงข้างเดียว ส่วนการ ปวดหัวด้านหลัง มักเกิดจากความเครียดหรือกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่ที่ตึงตัวเกินไป และการ ปวดหัวด้านบน อาจเกิดจากความเครียดสะสมหรือความดันโลหิตสูง การสังเกตตำแหน่งจะช่วยให้คุณและคุณหมอวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้นค่ะ

ทำไมบางครั้งถึงมีอาการ ปวดหัวที่ดันตา ร่วมด้วย และมันร้ายแรงไหม?

อาการ ปวดหัวที่ดันตา มักพบได้บ่อยในผู้ที่เป็นไมเกรน หรือ ปวดหัวชนิดเฝือง (Cluster Headache) ซึ่งจะรู้สึกเหมือนมีแรงดันมหาศาลอยู่หลังกระบอกตา หากมีอาการตาแดงหรือน้ำตาไหลร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาเฉพาะทาง แต่เบื้องต้นการพักผ่อนในห้องที่มืดและเย็นสามารถช่วยบรรเทาได้ค่ะ

อาการ ปวดหัวมีลม หรือที่หลายคนเรียกว่า ปวดหัวท้อง เกิดจากอะไร?

อาการ ปวดหัวมีลม หรือ ปวดหัวท้อง มักมีความสัมพันธ์กับระบบทางเดินอาหารค่ะ เมื่อมีลมหรือแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป ลมเหล่านั้นอาจดันขึ้นมาทำให้รู้สึกมึนงงและปวดหัวได้ การปรับพฤติกรรมการทานอาหารและใช้ยาขับลม เช่น Air-X หรือการดื่มน้ำขิงอุ่นๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ

หากมีอาการ ปวดหัวอยู่ตลอดเวลา จนถึงขั้น ปวดหัวทำงานไม่ได้ ควรจัดการอย่างไรดี?

หากคุณรู้สึก ปวดหัวอยู่ตลอดเวลา และเริ่มมีผลกระทบจน ปวดหัวทำงานไม่ได้ แนะนำว่าไม่ควรฝืนร่างกายค่ะ ควรหยุดพักและทานยาบรรเทาปวดเบื้องต้น เช่น Tylenol (ไทเลนอล) แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หรือต้องทานยาติดต่อกันนานเกินไป ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะอาจเกิดจากภาวะความเครียดเรื้อรังหรือโรคทางระบบประสาทได้ค่ะ

การนวดสามารถช่วยรักษา อาการปวดหัว ได้จริงไหม?

ช่วยได้มากเลยค่ะ! โดยเฉพาะอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียด (Tension Headache) การนวดคลึงบริเวณขมับ ท้ายทอย และช่วงบ่า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ อาการปวดหัว ทุเลาลงโดยไม่ต้องพึ่งยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

อาหารชนิดไหนที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิด อาการปวดหัว?

สำหรับผู้ที่แพ้สิ่งกระตุ้นได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส (MSG) ปริมาณมาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชีสบ่มนานๆ หรืออาหารแปรรูปที่มีสารกันบูดค่ะ เพราะสิ่งเหล่านี้มักเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เกิด อาการปวดหัว อย่างรุนแรงได้ค่ะ

เมื่อไหร่ที่ อาการปวดหัว ควรต้องไปพบแพทย์ทันที?

หากมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีอาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *